จากลองผิดลองถูกสู่ 27 ปีแห่งกาแฟ: เรื่องราวของ ‘สินธพ จือปา’ และ Sumio Coffee Farm แม่จันใต้

จากลองผิดลองถูกสู่ 27 ปีแห่งกาแฟ: เรื่องราวของ ‘สินธพ จือปา’ และ Sumio Coffee Farm แม่จันใต้

กาแฟหนึ่งแก้วต้องใช้เวลานานแค่ไหน กว่าจะค้นพบรสชาติที่เป็นของตัวเอง? สำหรับ “สินธพ จือปา” แห่ง Sumio Coffee Farm คำตอบอาจไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองฤดูกาล แต่เป็นเวลากว่า 27 ปีของการปลูก การลองผิดลองถูก และการเรียนรู้เรื่องกาแฟบนพื้นที่แม่จันใต้ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

จากเกษตรกรที่เริ่มต้นโดยยังไม่มีความรู้เรื่องกาแฟมากนัก คุณสินธพค่อย ๆ เรียนรู้ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการ Process เพื่อพัฒนาคุณภาพของเมล็ดกาแฟให้ดีขึ้น จนในปี 2558 กาแฟของเขาสามารถคว้าอันดับ 4 จากการประกวด 10 สุดยอดกาแฟไทย และกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชื่อของ Sumio Coffee Farm เป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงการกาแฟไทย

ครั้งนี้ Beanslooker อยากพาไปรู้จักคนที่อยู่เบื้องหลัง Mae Jan Tai Natural ตั้งแต่เรื่องราวของ Sumio Coffee Farm พื้นที่แม่จันใต้ ไปจนถึงเมล็ดกาแฟ Catimor และ Typica ที่ปลูกบนความสูง 1,350–1,600 MASL และให้รสชาติ Tropical Fruit, Pineapple และ Dried Banana

สำหรับคนที่กำลังมองหาเมล็ดกาแฟคั่วจากประเทศไทย ชอบกาแฟ Specialty หรือแม้แต่กำลังอยากเปิดร้านกาแฟและมองหาเมล็ดกาแฟที่มีเรื่องราวของ Origin ชัดเจน กาแฟจาก Sumio Coffee Farm เป็นอีกหนึ่งต้นทางของกาแฟไทยที่น่าทำความรู้จัก

จุดเริ่มต้นของ Sumio Coffee Farm

ก่อนจะเป็น Sumio Coffee Farm อย่างที่หลายคนรู้จักในวันนี้ เส้นทางของคุณสินธพเริ่มต้นจากการลองผิดลองถูกเหมือนกับเกษตรกรหลายคนในยุคนั้น ช่วงแรกเขายังไม่ได้มีความรู้เรื่องการปลูกหรือการแปรรูปกาแฟมากนัก และการขายผลกาแฟเชอร์รีก็ยังสร้างมูลค่าได้ไม่มาก ทำให้เขาเริ่มมองหาวิธีที่จะพัฒนากาแฟของตัวเองให้ไปได้ไกลกว่าเดิม

จากการปลูกจึงเริ่มขยับมาสู่การเรียนรู้เรื่องการแปรรูป ทั้งการทำกาแฟกะลา กาแฟสาร และการทดลอง Process ในรูปแบบต่าง ๆ ทุกอย่างไม่ได้สำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก แต่เกิดจากการลอง ทำใหม่ และค่อย ๆ เก็บประสบการณ์จากเมล็ดกาแฟในแต่ละฤดูกาล จนกลายเป็นความรู้ที่สะสมต่อเนื่องมากว่า 27 ปี

ชื่อ “Sumio” เองก็มีความผูกพันกับตัวคุณสินธพ โดยเป็นชื่อในภาษาอาข่าของเขา และถูกนำมาใช้เป็นชื่อของ Sumio Coffee Farm ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านแม่จันใต้ จังหวัดเชียงราย

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ Sumio Coffee Farm จึงค่อย ๆ เติบโตขึ้นพร้อมกับประสบการณ์ของคนทำกาแฟ และกลายเป็นอีกหนึ่งชื่อที่คนสนใจเมล็ดกาแฟไทยและ Specialty Coffee ได้มีโอกาสรู้จัก

แม่จันใต้ แหล่งปลูกเมล็ดกาแฟบนพื้นที่สูงของเชียงราย

หมู่บ้านแม่จันใต้ตั้งอยู่ในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่สูงที่มีการปลูกกาแฟมาอย่างยาวนาน สำหรับเมล็ดกาแฟ Mae Jan Tai Natural ที่ Beanslooker เลือกมา กาแฟเติบโตบนความสูงประมาณ 1,350–1,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

แต่สิ่งที่น่าสนใจของพื้นที่ไม่ได้มีแค่ระดับความสูง เพราะการทำกาแฟของคุณสินธพยังอยู่ร่วมกับพืชชนิดอื่นในพื้นที่ ทั้งพลับ บ๊วย อะโวคาโด และลูกพลัม ทำให้ภาพของแปลงไม่ได้มีเพียงต้นกาแฟเรียงกันอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่เกษตรที่มีพืชหลายชนิดเติบโตอยู่ร่วมกัน

การปลูกกาแฟร่วมกับต้นไม้และพืชชนิดอื่นช่วยสร้างร่มเงาให้กับต้นกาแฟ รวมถึงช่วยรักษาความหลากหลายของพื้นที่ นี่เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่ทำให้การรู้จักเมล็ดกาแฟจากต้นทางน่าสนใจ เพราะก่อนจะกลายมาเป็นเมล็ดกาแฟคั่วที่เราเห็นในถุง กาแฟทุกเมล็ดเคยผ่านทั้งพื้นที่ การดูแล การเก็บเกี่ยว และการแปรรูปจากผู้ผลิตมาก่อน

สำหรับ Beanslooker การเลือกเมล็ดกาแฟจึงไม่ได้มองเพียง Taste Notes หลังการคั่ว แต่ยังให้ความสำคัญกับ Origin ผู้ผลิต สายพันธุ์ และ Process เพื่อให้คนดื่มได้รู้จักกาแฟแต่ละล็อตมากขึ้น

จากการลองผิดลองถูก สู่อันดับ 4 ของประเทศ

การพัฒนากาแฟของคุณสินธพไม่ได้เกิดขึ้นในครั้งเดียว เขาเคยนำกาแฟเข้าประกวดและยังไม่ประสบความสำเร็จในช่วงแรก แต่แทนที่จะหยุด เขากลับนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาปรับและพัฒนากาแฟของตัวเองต่อ

จนในปี 2558 กาแฟของคุณสินธพสามารถคว้าอันดับ 4 จากการประกวด 10 สุดยอดกาแฟไทยได้สำเร็จ รางวัลครั้งนั้นถือเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทำให้กาแฟจาก Sumio Coffee Farm และแม่จันใต้เริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักคั่ว ร้านกาแฟ และคนในวงการ Specialty Coffee มากขึ้น

หลังจากนั้นคุณสินธพยังคงพัฒนาเมล็ดกาแฟอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทดลอง Washed, Honey และ Natural Process รวมถึงการเรียนรู้เรื่องการหมักและการควบคุมขั้นตอนต่าง ๆ หลังการเก็บเกี่ยว เพื่อค้นหาวิธีที่เหมาะกับกาแฟของตัวเอง

ผลงานของ Sumio Coffee Farm ยังกลับมาปรากฏบนเวทีประกวดอีกหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอันดับ 3 ใน Thailand Best Coffee Beans 2023 หมวด Honey Process และอันดับ 4 ในปี 2024 จากกาแฟ Typica Washed รวมถึงกาแฟ Natural Process ที่ได้รับเลือกเข้าสู่การประมูลกาแฟพิเศษไทย

จากคนที่เริ่มต้นด้วยการลองผิดลองถูก การ Process จึงค่อย ๆ กลายเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของกาแฟ Sumio Coffee Farm ในวันนี้

Mae Jan Tai Natural เมล็ดกาแฟ Catimor และ Typica จาก Beanslooker

สำหรับล็อตที่ Beanslooker เลือกมาในครั้งนี้คือ Mae Jan Tai Natural เมล็ดกาแฟจากสายพันธุ์ Catimor และ Typica ปลูกบนความสูงประมาณ 1,350–1,600 MASL และผ่าน Natural Process

Natural Process เป็นการแปรรูปที่นำผลกาแฟไปตากโดยยังคงส่วนของผลเชอร์รีเอาไว้ ก่อนจะแยกเมล็ดออกในภายหลัง ขั้นตอนการตากจึงเป็นช่วงสำคัญที่ต้องดูแลเรื่องความชื้นและการแห้งของผลกาแฟให้เหมาะสม เพราะการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวมีส่วนสำคัญต่อคุณภาพของเมล็ดกาแฟก่อนเดินทางมาถึงขั้นตอนการคั่ว

Beanslooker นำกาแฟล็อตนี้มาคั่วเพื่อถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของเมล็ดออกมาในทิศทางของผลไม้ โดย Taste Notes ที่พบคือ Tropical Fruit, Pineapple และ Dried Banana เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาเมล็ดกาแฟคั่วที่มีความ Fruity ชัด และอยากลองกาแฟไทยที่แตกต่างจากภาพจำของกาแฟโทนเข้มแบบเดิม

เมล็ดกาแฟคั่วรสชาติ Tropical Fruit, Pineapple และ Dried Banana

Taste Notes ของ Mae Jan Tai Natural คือ Tropical Fruit, Pineapple และ Dried Banana โดยช่วงแรกจะให้ความรู้สึกสดใสแบบผลไม้เมืองร้อน มี Pineapple เข้ามาเพิ่มความฉ่ำและความเปรี้ยวหวาน ก่อนที่รสชาติจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปทางความหวานนุ่มขึ้น และทิ้งท้ายด้วยโทน Dried Banana ที่ชวนให้นึกถึงความหวานของผลไม้แห้ง

ภาพรวมจึงเป็นเมล็ดกาแฟคั่วจากประเทศไทยที่มีความ Fruity ชัด แต่ไม่ได้มีแค่ความเปรี้ยวสดใสอย่างเดียว เพราะยังมีความหวานเข้ามาช่วยสร้างสมดุล ทำให้ตั้งแต่จิบแรกไปจนถึงช่วงท้ายมีรสชาติให้ค่อย ๆ สังเกตได้ตลอดแก้ว

สำหรับคนที่ดื่มกาแฟ Specialty อยู่แล้ว Mae Jan Tai Natural เป็นอีกหนึ่งกาแฟที่น่าสนใจสำหรับการสำรวจรสชาติของกาแฟไทย ส่วนคนที่เพิ่งเริ่มดื่มกาแฟ Specialty ก็สามารถใช้กาแฟล็อตนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจว่า Taste Notes ของผลไม้ในกาแฟสามารถมีได้หลายมิติ

อยากเปิดร้านกาแฟ ควรเลือกเมล็ดกาแฟแบบไหน?

สำหรับคนที่กำลังอยากเปิดร้านกาแฟ การเลือกเมล็ดกาแฟเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของการวางคาแรกเตอร์ให้กับร้าน เพราะเมล็ดกาแฟแต่ละ Origin, Variety และ Process สามารถให้รสชาติที่แตกต่างกัน การเลือกเมล็ดจึงควรเริ่มจากการมองว่าร้านต้องการเสิร์ฟกาแฟแบบไหน และลูกค้าหลักของร้านเป็นใคร

หากร้านต้องการมีเมนูกาแฟที่เล่าเรื่อง Origin ได้ เมล็ดกาแฟไทยแบบ Single Origin ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากรสชาติแล้ว ยังสามารถเล่าต่อได้ทั้งเรื่องพื้นที่ ผู้ผลิต สายพันธุ์ และ Process อย่าง Mae Jan Tai Natural ที่เชื่อมโยงกลับไปถึง Sumio Coffee Farm และคุณสินธพ จือปาได้อย่างชัดเจน

Beanslooker ทำงานกับกาแฟตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟ การคั่ว ไปจนถึงการพัฒนาเมนูและให้คำปรึกษาด้านกาแฟ สำหรับร้านที่กำลังอยากเปิดร้านกาแฟหรือกำลังมองหาเมล็ดกาแฟคั่วสำหรับใช้ในร้าน สามารถพูดคุยกับ Beanslooker เพื่อเลือกกาแฟให้เหมาะกับ Concept เมนู และรูปแบบการใช้งานของร้านได้

ไม่จำเป็นว่าทุกร้านจะต้องใช้กาแฟเหมือนกัน เพราะเมล็ดกาแฟที่เหมาะกับ Filter Menu อาจมีโจทย์ต่างจากเมล็ดที่นำไปใช้กับ Espresso, Americano หรือเมนูนม การเลือกรสชาติและ Roast Profile ให้สัมพันธ์กับเมนูจึงเป็นอีกส่วนที่ควรคิดตั้งแต่ช่วงวาง Concept ร้านกาแฟ

Beanslooker กับการคัดเลือกเมล็ดกาแฟจากต้นทาง

Beanslooker เป็น Specialty Coffee Roaster ที่ทำงานกับกาแฟจากประเทศไทยและต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญตั้งแต่การคัดเลือก Origin คุณภาพของเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงการคั่วเพื่อถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของกาแฟแต่ละล็อตออกมาให้ชัดเจน

เรามองว่าเมล็ดกาแฟแต่ละถุงไม่ควรมีเพียงชื่อกาแฟและ Taste Notes แต่ควรทำให้คนดื่มสามารถย้อนกลับไปทำความรู้จักกับคนและพื้นที่ที่อยู่เบื้องหลังได้ด้วย

นั่นเป็นเหตุผลที่ Beanslooker เลือกนำเสนอเรื่องราวของ Sumio Coffee Farm ควบคู่ไปกับ Mae Jan Tai Natural เพราะ Tropical Fruit, Pineapple และ Dried Banana ที่พบในแก้ว เป็นเพียงปลายทางของเรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่แม่จันใต้

สำหรับคนที่กำลังมองหาเมล็ดกาแฟคั่วสำหรับดื่มเอง ร้านกาแฟที่ต้องการเพิ่ม Single Origin หรือคนที่อยากเปิดร้านกาแฟและกำลังเริ่มเลือกเมล็ดกาแฟ Beanslooker มีทั้งกาแฟไทยและกาแฟจากต่างประเทศให้เลือกตามคาแรกเตอร์และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน

27 ปีที่ยังคงเรียนรู้จากกาแฟ

จากวันที่ยังต้องลองผิดลองถูกกับการปลูกและการ Process มาจนถึงวันที่กาแฟได้รับรางวัลและเป็นที่รู้จักมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่เห็นได้จากเรื่องราวของคุณสินธพคือการพัฒนาที่ไม่ได้หยุดอยู่กับความสำเร็จครั้งใดครั้งหนึ่ง

ตลอด 27 ปีที่ผ่านมา มีทั้งการทดลอง Process ใหม่ ๆ การกลับไปปรับวิธีเดิม และการเรียนรู้จากผลผลิตในแต่ละปี กาแฟจาก Sumio Coffee Farm ในวันนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นจากฤดูกาลเดียว แต่มีประสบการณ์ของคนทำกาแฟที่ค่อย ๆ สะสมอยู่เบื้องหลัง

สำหรับ Beanslooker นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เราอยากเล่าเรื่องของกาแฟให้มากกว่าแค่ชื่อ Origin หรือ Taste Notes เพราะเมื่อรู้ว่าเมล็ดกาแฟมาจากไหน ใครเป็นคนทำ และผ่านอะไรมาก่อนจะมาถึงขั้นตอนการคั่ว กาแฟแก้วเดิมก็อาจมีรายละเอียดให้ค้นพบมากขึ้นกว่าเดิม

Mae Jan Tai Natural – Sumio Coffee Farm

Origin: Mae Jan Tai Village, Chiang Rai, Thailand
Farm: Sumio Coffee Farm
Farmer: Sinthop Juepa
Process: Natural
Variety: Catimor, Typica
Altitude: 1,350–1,600 MASL
Taste Notes: Tropical Fruit • Pineapple • Dried Banana

เมล็ดกาแฟคั่ว 150g — 380 บาท
เมล็ดกาแฟคั่ว 500g — 750 บาท
เมล็ดกาแฟคั่ว 1kg — 1,100 บาท

เลือกเมล็ดกาแฟจาก Beanslooker

Mae Jan Tai Natural เป็นอีกหนึ่งเมล็ดกาแฟคั่วจากประเทศไทยที่ Beanslooker อยากชวนให้ลอง ไม่ใช่แค่เพราะรสชาติ Tropical Fruit, Pineapple และ Dried Banana แต่เพราะเบื้องหลังคือเรื่องราวของคุณสินธพ จือปา และ Sumio Coffee Farm ที่ใช้เวลากว่า 27 ปีในการเรียนรู้และพัฒนากาแฟจากพื้นที่แม่จันใต้

ไม่ว่าจะกำลังมองหาเมล็ดกาแฟสำหรับชงดื่มเอง อยากลองกาแฟ Specialty จากประเทศไทย กำลังหาเมล็ดกาแฟคั่วสำหรับร้าน หรืออยู่ในช่วงวางแผนอยากเปิดร้านกาแฟ สามารถเลือกดูกาแฟและพูดคุยกับ Beanslooker เพื่อค้นหาเมล็ดที่เหมาะกับการใช้งานได้

สั่งซื้อเมล็ดกาแฟคั่วได้ทุกช่องทางของ Beanslooker

Shopee: 93army & Beanslooker
LINE: @beanslooker
Website: beanslookercoffee.com

Product Page: https://beanslookercoffee.com/products/sumio-coffee-farm-mae-jan-tai-chiang-rai
LINE: https://lin.ee/oVKsWNM

Back to blog

Leave a comment

Please note, comments need to be approved before they are published.