รวมฟาร์มกาแฟไทยตัวท็อป แหล่งปลูกกาแฟ Specialty ที่น่าจับตามอง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา "กาแฟไทย" ได้รับการพูดถึงในวงการ Specialty Coffee มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่หลายคนคุ้นเคยกับประเทศผู้ผลิตกาแฟอย่างเอธิโอเปีย โคลอมเบีย ปานามา หรือคอสตาริกา วันนี้ประเทศไทยกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งผลิตกาแฟคุณภาพที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักคั่ว บาริสต้า และคนรักกาแฟทั่วโลก
ความน่าสนใจของกาแฟไทยไม่ได้เกิดจากชื่อประเทศเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการพัฒนาคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ ทั้งการเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ การดูแลผลผลิตอย่างพิถีพิถัน การเก็บเกี่ยวเฉพาะผลเชอร์รี่ที่สุกเต็มที่ ตลอดจนการทดลองกระบวนการแปรรูปที่หลากหลาย จนทำให้กาแฟแต่ละล็อตสะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่ปลูกออกมาได้อย่างชัดเจน
สำหรับ Beanslooker เราเชื่อว่ากาแฟที่ดีเริ่มต้นจากต้นทาง การเดินทางไปยังฟาร์มกาแฟ การพูดคุยกับเกษตรกร และการเรียนรู้เรื่องราวของแต่ละพื้นที่ คือส่วนหนึ่งของการคัดเลือกกาแฟที่เราต้องการส่งต่อ เพราะทุกฟาร์มมีแนวคิดที่แตกต่างกัน และทุกเมล็ดกาแฟล้วนมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง
กาแฟ Specialty ไทย คืออะไร? ทำไมถึงได้รับความสนใจจากทั่วโลก
Specialty Coffee หรือกาแฟสเปเชียลตี คือกาแฟที่ได้รับการดูแลอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การคั่ว ไปจนถึงการชง โดยกาแฟที่จะได้รับการจัดอยู่ในกลุ่ม Specialty จะต้องผ่านการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานสากล และมีคะแนนตั้งแต่ 80 คะแนนขึ้นไปจากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ
สิ่งที่ทำให้กาแฟ Specialty แตกต่างจากกาแฟทั่วไป ไม่ใช่เพียงรสชาติที่ซับซ้อนกว่า แต่คือความสามารถในการสะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่ปลูกหรือที่เรียกว่า Terroir ซึ่งได้รับอิทธิพลจากระดับความสูง สภาพภูมิอากาศ ชนิดของดิน ปริมาณน้ำฝน รวมถึงวิธีการดูแลของเกษตรกร
ประเทศไทยเองก็เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะแหล่งผลิตกาแฟ Specialty เพราะเกษตรกรหลายพื้นที่หันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ มีการทดลองปลูกสายพันธุ์ใหม่ เช่น Geisha, Java และ Syrina รวมถึงพัฒนากระบวนการแปรรูปอย่างต่อเนื่อง จนทำให้กาแฟไทยสามารถสร้างเอกลักษณ์และแข่งขันในตลาด Specialty Coffee ได้อย่างน่าสนใจ
ประเทศไทยเหมาะกับการปลูกกาแฟ Specialty อย่างไร
แม้ว่าประเทศไทยจะตั้งอยู่ในเขตร้อน แต่พื้นที่ภูเขาทางภาคเหนือกลับมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการปลูกกาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความสูงตั้งแต่ประมาณ 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไป
อุณหภูมิที่เย็นกว่าในพื้นที่สูงทำให้ผลเชอร์รี่สุกช้าลง ส่งผลให้เมล็ดกาแฟสะสมความหวานและพัฒนาความซับซ้อนของรสชาติได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน รวมถึงหมอกและความชื้นในพื้นที่ภูเขา ยังช่วยให้กาแฟมีความสมดุลทั้งในด้านความหวาน ความเป็นกรด และกลิ่นหอม
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพกาแฟไทย ได้แก่
• ระดับความสูงของพื้นที่ปลูก (Altitude)
• สภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิ
• ชนิดของดินและแร่ธาตุ
• ปริมาณน้ำฝนและความชื้น
• สายพันธุ์กาแฟที่เลือกปลูก
• แนวทางการดูแลของเกษตรกร
เมื่อองค์ประกอบทั้งหมดทำงานร่วมกัน จึงเกิดเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟแต่ละพื้นที่ แม้ว่าจะอยู่ในจังหวัดเดียวกันก็ตาม
แหล่งปลูกกาแฟ Specialty ที่สำคัญของประเทศไทย
ประเทศไทยมีแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพกระจายอยู่หลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงและอากาศเย็นตลอดปี แต่ละพื้นที่ล้วนมีลักษณะเฉพาะที่สะท้อนออกมาในรสชาติของกาแฟ
เชียงราย
เชียงรายถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านกาแฟมากที่สุดของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ดอยช้าง ดอยแม่สลอง และชุมชนชาวอาข่าหลายแห่ง ซึ่งมีการปลูกกาแฟอาราบิก้ามาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเชียงรายเป็นแหล่งกำเนิดของกาแฟ Specialty หลายแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เชียงใหม่
เชียงใหม่มีพื้นที่ปลูกกาแฟกระจายอยู่หลายอำเภอ เช่น แม่แจ่ม อมก๋อย ดอยสะเก็ด และแม่แดดน้อย ความหลากหลายของภูมิประเทศทำให้กาแฟจากแต่ละพื้นที่มีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่โทนผลไม้เมืองร้อน ความหวานคล้ายน้ำผึ้ง ไปจนถึงกลิ่นดอกไม้ที่ละเอียดอ่อน
น่าน
จังหวัดน่านเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่บ้านมณีพฤกษ์ บ่อเกลือ และภูคา ที่เริ่มมีการปลูกสายพันธุ์คุณภาพสูงอย่าง Geisha, Java และ Syrina ควบคู่กับการพัฒนากระบวนการแปรรูปที่หลากหลาย ส่งผลให้กาแฟจากน่านมีเอกลักษณ์โดดเด่นและได้รับการพูดถึงมากขึ้นในวงการ Specialty Coffee
แม้ว่าจะเป็นจังหวัดเดียวกัน แต่กาแฟจากแต่ละฟาร์มก็ยังให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน เพราะสิ่งที่กำหนดรสชาติไม่ได้มีเพียงชื่อจังหวัด หากยังรวมถึงพื้นที่ปลูก สายพันธุ์ วิธีการดูแล และแนวคิดของผู้ผลิตแต่ละคนด้วย
นี่คือเหตุผลที่ Beanslooker เลือกเดินทางไปยังต้นทางอยู่เสมอ เพื่อค้นหากาแฟที่สะท้อนตัวตนของแต่ละฟาร์มได้อย่างแท้จริง
ทำไมกาแฟแต่ละฟาร์มจึงมีรสชาติไม่เหมือนกัน
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมกาแฟที่ปลูกในจังหวัดเดียวกัน หรือแม้แต่บนภูเขาลูกเดียวกัน จึงให้รสชาติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
คำตอบคือ "Terroir" หรืออัตลักษณ์ของพื้นที่ปลูก ซึ่งเกิดจากหลายองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและการดูแลของผู้ผลิต
ปัจจัยที่ส่งผลต่อรสชาติของกาแฟ ได้แก่
• ระดับความสูงของแปลงปลูก
• สายพันธุ์กาแฟ
• สภาพดินและภูมิอากาศ
• ระยะเวลาการสุกของผลเชอร์รี่
• วิธีการเก็บเกี่ยว
• กระบวนการแปรรูป
• แนวคิดและประสบการณ์ของเกษตรกร
บนยอดดอยเดียวกัน ไม่มีฟาร์มไหนเหมือนกันเสียทีเดียว ระดับความสูงแตกต่างกัน สายพันธุ์แตกต่างกัน วิธีแปรรูปแตกต่างกัน รวมถึงแนวคิดของเกษตรกรแต่ละคนก็แตกต่างกัน ความแตกต่างเล็ก ๆ เหล่านี้เองที่หล่อหลอมให้กาแฟแต่ละล็อตมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และทำให้การเดินทางค้นหากาแฟยังคงน่าตื่นเต้นอยู่เสมอ
ฟาร์มกาแฟไทยที่ Beanslooker คัดเลือก
จากการเดินทางไปยังแหล่งปลูกทั่วประเทศไทย Beanslooker ได้คัดเลือกกาแฟจากฟาร์มที่มีแนวคิดและคุณภาพที่น่าสนใจ เพื่อสะท้อนความหลากหลายของกาแฟไทยผ่านเมล็ดกาแฟแต่ละล็อต
ฟาร์มที่เราเลือกประกอบด้วย Ching Family Farm, PhuVaeView Coffee Farm, Sahai Rern Coffee Farm, Wanna Coffee Farm, NorNan Lab & Roastery และ Yosniyom Coffee Farm ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีแนวทางการผลิตและเอกลักษณ์เฉพาะตัว
กาแฟจากฟาร์มเหล่านี้ครอบคลุมทั้งสายพันธุ์ Geisha, Syrina, Java, Typica และ Fine Robusta ผ่านกระบวนการแปรรูปทั้ง Washed, Honey และ Yeast Carbonic Cold Fermentation ทำให้แต่ละตัวมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และสะท้อนศักยภาพของกาแฟไทยในมุมมองที่หลากหลาย
ในหัวข้อถัดไป เราจะพาคุณไปรู้จักแต่ละฟาร์ม พร้อมเรื่องราวเบื้องหลังและกาแฟที่ Beanslooker คัดเลือกมาจากแหล่งปลูกเหล่านั้น เพื่อให้เห็นว่าความตั้งใจของผู้ผลิตในแต่ละพื้นที่ ได้หล่อหลอมกาแฟไทยให้มีเอกลักษณ์และคุณภาพอย่างไร จนกลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของวงการ Specialty Coffee ในปัจจุบัน
Ching Family Farm จังหวัดน่าน
เมื่อพูดถึงกาแฟ Geisha ของประเทศไทย หนึ่งในชื่อที่ถูกกล่าวถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ Ching Family Farm ฟาร์มกาแฟจากจังหวัดน่านที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการแปรรูป ทุกขั้นตอนถูกดูแลอย่างละเอียดเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของสายพันธุ์และศักยภาพของพื้นที่ปลูกเอาไว้ให้มากที่สุด
ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงของจังหวัดน่าน ซึ่งมีสภาพอากาศเย็นตลอดปี ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนช่วยให้ผลเชอร์รี่ค่อย ๆ สุกอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้เมล็ดกาแฟสะสมความหวานและพัฒนากลิ่นรสได้อย่างเต็มที่
Beanslooker เลือกกาแฟจาก Ching Family Farm ถึง 2 รูปแบบ เพื่อสะท้อนบุคลิกของ Geisha ผ่านกระบวนการแปรรูปที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน แต่เมื่อเปลี่ยนวิธีการแปรรูป รายละเอียดของรสชาติที่ได้ก็แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน
Thailand Nan Geisha Washed — Ching Family Farm
Geisha Washed จาก Ching Family Farm ถ่ายทอดเสน่ห์ของสายพันธุ์ Geisha ผ่านคาแรกเตอร์ที่สะอาด โปร่ง และละเอียดอ่อน กลิ่นดอกไม้สีขาวค่อย ๆ เปิดขึ้นตั้งแต่แก้วแรก ก่อนเชื่อมต่อกับความสดชื่นของ Bergamot และความหวานนุ่มของ White Peach ปิดท้ายด้วยความละมุนคล้าย Coconut Blossom Nectar ที่ทำให้รสชาติกลมกล่อมและยาวนาน
Taste Notes
• Jasmine
• Bergamot
• White Peach
• Coconut Blossom Nectar
ขนาด 100 กรัม
ราคา 700 บาท
Thailand Nan Geisha Honey — Ching Family Farm
อีกหนึ่งมุมของ Geisha จากฟาร์มเดียวกัน คือ Honey Process ที่ยังคงรักษาความหอมของดอกไม้เอาไว้ แต่เพิ่มความหวานและเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลมากขึ้น
คาแรกเตอร์ของกาแฟตัวนี้โดดเด่นด้วยกลิ่น Chrysanthemum และ White Floral ตามด้วย Honeysuckle ก่อนปิดท้ายด้วยความหวานของ Marian Plum ทำให้ได้รสชาติที่มีความซับซ้อนแต่ยังคงดื่มง่าย
Taste Notes
• Chrysanthemum
• White Floral
• Honeysuckle
• Marian Plum
ขนาด 100 กรัม
ราคา 700 บาท
PhuVaeView Coffee Farm จังหวัดน่าน
แม้จะเป็น Geisha Washed เหมือนกัน แต่กาแฟจาก PhuVaeView Coffee Farm กลับนำเสนออีกบุคลิกหนึ่งของ Geisha ไทยได้อย่างชัดเจน
ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงของจังหวัดน่าน และให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผลเชอร์รี่สุกอย่างละเอียด เพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟที่สะท้อนศักยภาพของพื้นที่ปลูกมากที่สุด
สิ่งที่น่าสนใจของกาแฟจาก PhuVaeView คือการแสดงออกของความสดใสในโทนผลไม้ตระกูลส้มและผลไม้สีเหลือง ควบคู่ไปกับกลิ่นดอกกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ได้ถ้วยกาแฟที่มีความสะอาด สดชื่น และมีมิติ
Thailand Nan Geisha Washed — PhuVaeView Coffee Farm
กาแฟตัวนี้เปิดด้วยกลิ่น Jasmine และ Coffee Blossom ที่ชัดเจน ก่อนตามด้วย Lemon และ Nectarine ที่ช่วยเพิ่มความสดใสให้กับรสชาติ ความสมดุลระหว่างความหวาน ความเป็นกรด และความหอมของดอกไม้ ทำให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของ Geisha ที่แตกต่างจากฟาร์มอื่น แม้จะใช้สายพันธุ์และกระบวนการแปรรูปแบบเดียวกันก็ตาม
Taste Notes
• Jasmine
• Coffee Blossom
• Lemon
• Nectarine
ขนาด 100 กรัม
ราคา 800 บาท
Sahai Rern Coffee Farm จังหวัดน่าน
Sahai Rern Coffee Farm ดูแลโดย ทวนทอง หอมดอก เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนของการผลิต ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการแปรรูป
หนึ่งในสายพันธุ์ที่สร้างความน่าสนใจให้กับฟาร์มแห่งนี้คือ Syrina ซึ่งกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการ Specialty Coffee ด้วยบุคลิกที่โดดเด่นด้านกลิ่นดอกไม้และความหวานที่สมดุล
การนำ Honey Process มาใช้ ช่วยเพิ่มความหวานและความนุ่มนวลให้กับรสชาติ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาคาแรกเตอร์ของสายพันธุ์เอาไว้ได้อย่างชัดเจน
Thailand Nan Syrina Honey — Sahai Rern Coffee Farm
Syrina Honey เปิดด้วย White Floral ที่หอมสะอาด ก่อนเชื่อมต่อกับ Marian Plum และ Tangerine ที่ให้ความสดใส พร้อมปิดท้ายด้วย Brown Sugar ซึ่งช่วยเติมความหวานกลมกล่อมให้กับทั้งแก้ว
ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแทนของกาแฟไทยที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจในประเทศไทย
Taste Notes
• White Floral
• Marian Plum
• Tangerine
• Brown Sugar
ขนาด 150 กรัม
ราคา 650 บาท
Wanna Coffee Farm จังหวัดน่าน
อีกหนึ่งฟาร์มที่สะท้อนให้เห็นว่าความแตกต่างของกาแฟไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระบวนการแปรรูปเพียงอย่างเดียว คือ Wanna Coffee Farm จังหวัดน่าน
ฟาร์มแห่งนี้เลือกนำเสนอความโดดเด่นของสายพันธุ์ผ่าน Honey Process โดยใช้ทั้ง Java และ Typica ซึ่งแม้จะผ่านกระบวนการแปรรูปแบบเดียวกัน แต่กลับให้บุคลิกของรสชาติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า "สายพันธุ์" เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของกาแฟ Specialty เพราะแต่ละสายพันธุ์มีศักยภาพในการแสดงกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกัน เมื่อผสมผสานกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ปลูก จึงเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถลอกเลียนได้
Thailand Nan Java Honey — Wanna Coffee Farm
Java เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในวงการ Specialty Coffee จากศักยภาพในการให้กลิ่นดอกไม้และผลไม้ที่โดดเด่น กาแฟล็อตนี้ผ่าน Honey Process ซึ่งช่วยเพิ่มความหวานและเนื้อสัมผัสที่นุ่มขึ้น โดยยังคงความสดใสของผลไม้และความสะอาดของรสชาติเอาไว้ได้อย่างลงตัว
กลิ่นหอมของ Orange Blossom เปิดขึ้นอย่างชัดเจน ก่อนเชื่อมต่อกับ Nectarine ที่ให้ความหวานฉ่ำ และปิดท้ายด้วย Bergamot ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและความซับซ้อนให้กับกาแฟแก้วนี้
Taste Notes
• Orange Blossom
• Nectarine
• Bergamot
ขนาด 100 กรัม
ราคา 600 บาท
Thailand Nan Typica Honey — Wanna Coffee Farm
Typica เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ดั้งเดิมของกาแฟอาราบิก้าที่ได้รับการยอมรับมายาวนาน ด้วยความสมดุลของรสชาติและความหวานตามธรรมชาติ
เมื่อผ่าน Honey Process กาแฟตัวนี้จึงแสดงบุคลิกที่แตกต่างจาก Java อย่างชัดเจน โดยให้โทนผลไม้เข้มขึ้น พร้อมความหวานที่ละมุนและต่อเนื่อง
Gooseberry เพิ่มความสดใสในช่วงต้น ตามด้วย Plum ที่ให้ความหวานคล้ายผลไม้สุก ก่อนจบด้วย Brown Sugar ซึ่งช่วยเติมความกลมกล่อมให้รสชาติยาวนานขึ้น
แม้จะเป็นกาแฟจากฟาร์มเดียวกันและผ่านกระบวนการแปรรูปแบบเดียวกัน แต่ Typica Honey กลับถ่ายทอดเอกลักษณ์ที่แตกต่างจาก Java Honey ได้อย่างชัดเจน นี่คือเสน่ห์ของการได้สำรวจสายพันธุ์กาแฟผ่านพื้นที่ปลูกเดียวกัน
Taste Notes
• Gooseberry
• Plum
• Brown Sugar
ขนาด 150 กรัม
ราคา 600 บาท
NorNan Lab & Roastery จังหวัดน่าน
เมื่อพูดถึงกาแฟ Specialty หลายคนมักนึกถึงกาแฟอาราบิก้าเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริง Robusta ก็สามารถแสดงศักยภาพของตัวเองได้เช่นกัน หากได้รับการดูแลและแปรรูปอย่างเหมาะสม
NorNan Lab & Roastery เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่มุ่งพัฒนา Robusta ไทยให้ก้าวไปอีกระดับ ด้วยการทดลองเทคนิคการแปรรูปใหม่ ๆ เพื่อดึงศักยภาพของเมล็ดกาแฟออกมาอย่างเต็มที่
กาแฟล็อตนี้ใช้ Yeast Carbonic Cold Fermentation ซึ่งเป็นกระบวนการหมักที่ช่วยเพิ่มความซับซ้อนของกลิ่นและรสชาติ พร้อมรักษาความสะอาดของถ้วยกาแฟ ทำให้ Fine Robusta ตัวนี้มีบุคลิกที่แตกต่างจากภาพจำของ Robusta แบบเดิมอย่างชัดเจน
Thailand Fine Robusta — NorNan Lab & Roastery
Fine Robusta จากน่านเปิดด้วยกลิ่น Dried Strawberry ที่ให้ความรู้สึกคล้ายผลไม้แห้ง ตามด้วย Cacao Nibs ที่เพิ่มมิติของโกโก้ ก่อนปิดท้ายด้วย Brown Spices ซึ่งช่วยเติมความอบอุ่นและความลึกของรสชาติ
กาแฟตัวนี้สะท้อนให้เห็นว่า Robusta ไม่ได้มีเพียงความเข้มหรือความขม แต่ยังสามารถมีความซับซ้อน ความหวาน และรายละเอียดของกลิ่นรสได้ไม่ต่างจากกาแฟสายพันธุ์อื่น หากผ่านการดูแลตั้งแต่ต้นทางอย่างเหมาะสม
Taste Notes
• Dried Strawberry
• Cacao Nibs
• Brown Spices
ขนาด 150 กรัม
ราคา 450 บาท
Yosniyom Coffee Farm จังหวัดเชียงใหม่
นอกจากจังหวัดน่านแล้ว จังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของการผลิตกาแฟ Specialty ในประเทศไทย ด้วยภูมิประเทศที่หลากหลายและสภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการปลูกกาแฟคุณภาพสูง
หนึ่งในฟาร์มที่ Beanslooker คัดเลือกคือ Yosniyom Coffee Farm จากพื้นที่แม่แดดน้อย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถ่ายทอดเอกลักษณ์ของพื้นที่ผ่านรสชาติที่สดใสและเต็มไปด้วยเสน่ห์ของผลไม้เมืองร้อน
Thailand Chiangmai Mae Daet Noi — Yosniyom Coffee Farm
กาแฟล็อตนี้ให้ความโดดเด่นของผลไม้เมืองร้อนตั้งแต่จิบแรก เริ่มจาก Tropical Fruit และ Passion Fruit ที่สดใส ก่อนต่อด้วย Pineapple ที่เพิ่มความฉ่ำของผลไม้ และจบด้วย Wild Honey ซึ่งช่วยเติมความหวานตามธรรมชาติให้รสชาติกลมกล่อมและยาวนาน
คาแรกเตอร์ที่ชัดเจนของกาแฟตัวนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ปลูกในจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่ากาแฟไทยสามารถนำเสนอความหลากหลายของรสชาติได้ไม่แพ้แหล่งปลูกชื่อดังจากประเทศอื่น
Taste Notes
• Tropical Fruit
• Passion Fruit
• Pineapple
• Wild Honey
ขนาด 150 กรัม
ราคา 400 บาท
สายพันธุ์กาแฟไทยที่น่าจับตามอง
เมื่อพูดถึงกาแฟไทย หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า Arabica หรือ Robusta แต่ในโลกของ Specialty Coffee ความน่าสนใจไม่ได้หยุดอยู่เพียงชนิดของกาแฟ หากยังรวมไปถึง "สายพันธุ์" ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในด้านผลผลิต การเพาะปลูก และคาแรกเตอร์ของรสชาติ
ปัจจุบัน เกษตรกรไทยจำนวนมากเริ่มทดลองปลูกสายพันธุ์ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อค้นหาว่าสายพันธุ์ใดสามารถแสดงศักยภาพของพื้นที่ปลูกออกมาได้ดีที่สุด ส่งผลให้กาแฟไทยมีความหลากหลายและได้รับความสนใจจากนักคั่วและนักชิมทั่วโลก
Geisha
Geisha หรือ Gesha เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในวงการ Specialty Coffee ด้วยคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นด้านกลิ่นดอกไม้ ความหวานที่สะอาด และความซับซ้อนของรสชาติ
แม้ต้นกำเนิดของสายพันธุ์นี้จะมาจากประเทศเอธิโอเปีย แต่ Geisha กลับสร้างชื่อเสียงระดับโลกจากประเทศปานามา ก่อนจะถูกนำมาปลูกในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรกรไทยสามารถพัฒนา Geisha ได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะในจังหวัดน่าน ซึ่งเริ่มมีฟาร์มที่สามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้ออกมาได้อย่างชัดเจน
กาแฟ Geisha ที่ Beanslooker คัดเลือก ได้แก่
• Thailand Nan Geisha Washed — Ching Family Farm
• Thailand Nan Geisha Honey — Ching Family Farm
• Thailand Nan Geisha Washed — PhuVaeView Coffee Farm
แม้จะเป็น Geisha เหมือนกัน แต่แต่ละฟาร์มและแต่ละกระบวนการแปรรูปก็ให้รายละเอียดของกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
Syrina
Syrina เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่เริ่มได้รับความสนใจในวงการกาแฟไทย ด้วยจุดเด่นด้านกลิ่นดอกไม้ ความหวาน และความสมดุลของรสชาติ
เมื่อปลูกบนพื้นที่สูงของจังหวัดน่านและผ่าน Honey Process สายพันธุ์นี้สามารถแสดงคาแรกเตอร์ของ White Floral และผลไม้ได้อย่างโดดเด่น พร้อมความหวานที่นุ่มนวลและดื่มง่าย
กาแฟ Syrina ที่ Beanslooker คัดเลือกมาจาก Sahai Rern Coffee Farm ถ่ายทอดศักยภาพของสายพันธุ์นี้ออกมาได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านความสะอาดของรสชาติและรายละเอียดของกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์
Java
Java เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในวงการ Specialty Coffee จากความสามารถในการแสดงกลิ่นดอกไม้และผลไม้ได้อย่างละเอียด
เมื่อปลูกในประเทศไทย Java สามารถสะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่ปลูกได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับ Honey Process ที่ช่วยเพิ่มความหวานและเนื้อสัมผัสของกาแฟ
Java Honey จาก Wanna Coffee Farm จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของกาแฟไทยที่แสดงให้เห็นว่าสายพันธุ์เดียวกันสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าสนใจได้ผ่านการดูแลและการแปรรูปที่เหมาะสม
Typica
Typica ถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ดั้งเดิมของกาแฟอาราบิก้าที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสายพันธุ์กาแฟทั่วโลก
แม้จะเป็นสายพันธุ์ที่มีประวัติยาวนาน แต่ Typica ยังคงได้รับความนิยมในวงการ Specialty Coffee เพราะให้รสชาติที่สมดุล สะอาด และสะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่ปลูกได้อย่างชัดเจน
Typica Honey จาก Wanna Coffee Farm แสดงให้เห็นอีกมุมหนึ่งของสายพันธุ์นี้ ผ่านโทนผลไม้สุก ความหวานคล้ายน้ำตาลทรายแดง และความกลมกล่อมที่ต่อเนื่องในทุกจิบ
Fine Robusta
ในอดีต Robusta มักถูกจดจำในฐานะกาแฟที่ให้รสชาติเข้มและมีปริมาณคาเฟอีนสูง แต่ปัจจุบันแนวคิดของ Fine Robusta ได้เปลี่ยนภาพจำเหล่านั้นไปอย่างมาก
Fine Robusta คือการนำกาแฟโรบัสต้ามาดูแลอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ไม่ต่างจากการผลิตกาแฟ Specialty Arabica ตั้งแต่การคัดเลือกผลเชอร์รี่ การแปรรูป ไปจนถึงการคั่ว ส่งผลให้ได้กาแฟที่มีความสะอาด ความหวาน และความซับซ้อนของรสชาติที่สูงกว่าภาพจำเดิม
Fine Robusta จาก NorNan Lab & Roastery คือหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนศักยภาพของ Robusta ไทยได้อย่างชัดเจน
กระบวนการแปรรูปที่สร้างเอกลักษณ์ให้กาแฟไทย
หลังจากการเก็บเกี่ยว ผลเชอร์รี่กาแฟจะเข้าสู่ขั้นตอนที่เรียกว่า Coffee Processing หรือกระบวนการแปรรูป ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดบุคลิกของกาแฟ
แม้จะเป็นเมล็ดกาแฟจากต้นเดียวกัน หากเลือกใช้กระบวนการแปรรูปที่แตกต่างกัน คาแรกเตอร์ของกาแฟก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างชัดเจน
ปัจจุบัน เกษตรกรไทยหลายแห่งเริ่มทดลองกระบวนการแปรรูปที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อดึงศักยภาพของเมล็ดกาแฟออกมาให้ได้มากที่สุด
Washed Process
Washed Process เป็นกระบวนการที่นำเปลือกและเมือกของผลเชอร์รี่ออกก่อนนำเมล็ดไปล้างและตากแห้ง
วิธีนี้ช่วยให้รสชาติของกาแฟมีความสะอาด โปร่ง และแสดงเอกลักษณ์ของสายพันธุ์รวมถึงพื้นที่ปลูกได้อย่างชัดเจน จึงได้รับความนิยมในวงการ Specialty Coffee
ตัวอย่างกาแฟจาก Beanslooker ที่ผ่าน Washed Process ได้แก่
• Thailand Nan Geisha Washed — Ching Family Farm
• Thailand Nan Geisha Washed — PhuVaeView Coffee Farm
Honey Process
Honey Process เป็นกระบวนการที่คงเมือกบางส่วนไว้บนเมล็ดระหว่างการตากแห้ง ทำให้กาแฟมีความหวานมากขึ้น พร้อมเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลและซับซ้อน
แม้จะเรียกว่า Honey Process แต่ไม่ได้มีการใช้น้ำผึ้งในกระบวนการผลิต ชื่อ Honey มาจากลักษณะของเมือกผลกาแฟที่มีความเหนียวคล้ายน้ำผึ้งเท่านั้น
กาแฟ Honey Process ที่ Beanslooker คัดเลือก ได้แก่
• Thailand Nan Geisha Honey — Ching Family Farm
• Thailand Nan Syrina Honey — Sahai Rern Coffee Farm
• Thailand Nan Java Honey — Wanna Coffee Farm
• Thailand Nan Typica Honey — Wanna Coffee Farm
Yeast Carbonic Cold Fermentation
Yeast Carbonic Cold Fermentation เป็นกระบวนการแปรรูปที่ควบคุมการหมักอย่างละเอียด โดยใช้ยีสต์ร่วมกับการหมักในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนต่ำและอุณหภูมิต่ำ
เทคนิคนี้ช่วยเพิ่มความซับซ้อนของกลิ่นและรสชาติ พร้อมรักษาความสะอาดของกาแฟ ทำให้ได้ถ้วยกาแฟที่มีรายละเอียดมากขึ้นโดยยังคงความสมดุลของรสชาติ
Fine Robusta จาก NorNan Lab & Roastery เป็นหนึ่งในกาแฟไทยที่แสดงศักยภาพของกระบวนการนี้ได้อย่างน่าสนใจ
จากสายพันธุ์ที่หลากหลายและกระบวนการแปรรูปที่แตกต่างกัน จะเห็นได้ว่ากาแฟไทยในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงคาแรกเตอร์แบบเดียวอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความหลากหลายที่เกิดจากทั้งธรรมชาติ ความตั้งใจของผู้ผลิต และการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง
และนั่นคือเหตุผลที่ Beanslooker ยังคงเดินทางไปยังแหล่งปลูกอยู่เสมอ เพราะเราเชื่อว่าการได้พบผู้ผลิต เรียนรู้วิธีคิด และสัมผัสต้นทางด้วยตัวเอง คือวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหากาแฟที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของแต่ละพื้นที่ออกมาได้อย่างแท้จริง
WE ARE LOOKING FOR THE BEST.
Top Thai Coffee Farms: Specialty Coffee Origins Worth Discovering
Over the past few years, Thai coffee has steadily gained recognition in the global Specialty Coffee industry. While countries such as Ethiopia, Colombia, Panama, and Costa Rica have long been regarded as world-class coffee origins, Thailand is now emerging as one of the most exciting producers of high-quality specialty coffee.
The growing reputation of Thai coffee is not simply because of its origin. It is the result of continuous improvements throughout the entire production process—from selecting varieties suited to each growing region, carefully cultivating coffee trees, harvesting only perfectly ripe cherries, to experimenting with innovative processing methods that allow every coffee lot to express the unique character of its terroir.
At Beanslooker, we believe exceptional coffee begins at its source. Visiting coffee farms, meeting producers, and learning the stories behind every origin are essential parts of our coffee selection process. Every farm follows its own philosophy, and every coffee bean carries a story worth sharing.
What Is Thai Specialty Coffee? Why Is Thai Specialty Coffee Gaining Global Recognition?
Specialty Coffee refers to coffee that is carefully managed throughout every stage of production—from cultivation and harvesting to processing, roasting, and brewing.
To be classified as Specialty Coffee, a coffee must be evaluated according to international quality standards and receive a score of 80 points or higher during professional coffee grading.
What truly distinguishes Specialty Coffee from commercial coffee is not simply its complexity of flavor. More importantly, it is the ability to express its terroir—the unique identity created by its growing environment.
A coffee's terroir is influenced by factors such as:
- Altitude
- Climate
- Soil composition
- Rainfall
- Farming practices
- Coffee variety
These elements combine to create flavors that cannot be replicated elsewhere.
Thailand has earned increasing recognition as a Specialty Coffee origin because many producers have shifted their focus from maximizing production to pursuing exceptional quality. Farmers continue to experiment with premium coffee varieties such as Geisha, Java, and Syrina, while also refining innovative processing techniques. As a result, Thai coffees have developed distinctive flavor profiles that compete confidently on the international specialty coffee stage.
Why Is Thailand an Ideal Country for Specialty Coffee?
Although Thailand is located within the tropical zone, its mountainous northern regions provide ideal conditions for cultivating high-quality Arabica coffee.
Many of the country's best coffee farms are situated at elevations above 1,000 meters above sea level, where cooler temperatures allow coffee cherries to mature more slowly.
This extended ripening period enables the cherries to accumulate greater sweetness while developing more complex flavors.
The significant temperature difference between day and night, together with mountain mist and natural humidity, also contributes to producing coffees with remarkable balance, vibrant acidity, pleasant sweetness, and elegant aromatics.
Key Factors Behind the Quality of Thai Coffee
Several factors contribute to the outstanding quality of Thai Specialty Coffee:
- Growing altitude
- Climate and temperature
- Soil composition and mineral content
- Rainfall and humidity
- Coffee varieties
- Farming philosophy and cultivation practices
When these elements come together, they create a distinctive terroir that defines each coffee.
Even farms located within the same province, or even on the same mountain, can produce coffees with remarkably different flavor profiles.
